Categories
 
Brands
 
Calendar
SuMoTuWeThFrSa
 « Aug2014Oct » 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930    
       
 
tellfriendTell friend
 
Shopping Cart
0 items
 
Latest News
 
Movie
 
Statistics
Online 13
  Today 295
  Yesterday 312
  Thisweek 607
  Month 607
  Year 3466
  Total 3466
  Start (31.08.2014)
 

ปลาหางนกยูง

 

ชมพิศฟาร์มเพาะปลาหางนกยูงชื่อดังย่านชลบุรี (ในอดีต)
 เน้นตระกูลแพททินั่ม หวังครองตลาดปลาสวยงาม

ในวงการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงส่วนใหญ่ผู้ที่ทำอาชีพนี้จะมีถิ่นพักอาศัยย่านเมืองศิวิไลน์อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล การที่ผู้เพาะเลี้ยงเหล่านี้ นิยมตั้งถิ่นฐานในเมืองกรุงก็เนื่องมาจากเหตุผลด้านการตลาด และข้อมูลข่าวสารที่ได้มานั้นรวดเร็วทันใจ

เหตุผลด้านการตลาดที่ว่านั้นก็เนื่องมาจากเวลาที่เพาะขยายพันธุ์แล้วผู้เพาะสามารถนำไปจำหน่ายในตลาดได้เลย โดยมิต้องกังวลเรื่องเวลาและยังทำให้การขนส่งก็ รวดเร็วทันใจอีกด้วย ส่วนเหตุผลด้านข้อมูลข่าวสารนั้นเพราะเวลาต้องการทราบข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ ในวงการก็สามารถทราบได้เลยเพียงใช้เครื่องมือด้านเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์, อินเตอร์เน็ต ก็สามารถทราบได้ทันที

นอกจากเหตุดังกล่าวแล้วยังมีอีกอย่างหนึ่งคือ ตลาดส่วนใหญ่อยู่ที่เมืองหลวง เพราะมีประชากรมากเลยทำให้นิยมซื้อปลาหางนกยูงไปเลี้ยงดูเพื่อความสวยงาม หรือแม้แต่ตลาดต่างประเทศก็สามารถส่งขึ้นเครื่องทางการขนส่งทางอากาศได้เลยเนื่องเพราะอยู่ใกล้กับสนามบินนั่นเอง

ดังนั้นผู้เพาะพันธุ์ไกลกว่าเมืองหลวงนั้นก็เสี่ยงพอสมควร เว้นแต่ตนเองนั้นมีลูกค้าอยู่ในกำมือแล้ว จึงทำให้สามารถทำอาชีพการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงได้ตลอดรอดฝั่ง และหนึ่งในผู้เพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงได้ตลอดรอดฝั่ง และหนึ่งในผู้เพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงที่มีถิ่นพักอาศัยอยู่ต่างจัดหวัด ที่ได้ทำอาชีพนี้มานานและมีลูกค้าประจำหลากหลายคน ฟาร์มที่ว่านั้นคือ "ชมพิศ ฟาร์ม" ตั้งอยู่ที่ 3/1 ซ.แสนสุข 3 ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชบุรี ภายใต้การบริหารงานของคุณศุภชาติ ศุกระกาญจน์

ซึ่งคุณศุภชาติ ได้เปิดเผยถึงประวัติของตนเองให้ฟังว่า " เมื่อก่อนผมทำงานเหล็กรับเหมาเหล็กทั่วไป ต่อมาก็หันมาเลี้ยงปลาหางนกยูง เพราะชอบอยู่แล้ว เคยเลี้ยงอยากทำอะไรที่มันไม่ต้องใช้ทำเลซักเท่าไหร่คือไม่ต้องมีหน้าร้าน เราทำในที่ของเราเองได้อย่างนี้ มาเริ่มทำเมื่อ 4 ปีที่แล้ว อีก 2 ปีต่อมาก็เลยใช้ชื่อฟาร์มว่าชมพิศฟาร์มชื่อ " ชมพิศ " ได้มาจากชื่อแฟน การเพาะเลี้ยงก็ได้จากการศึกษาด้วยตนเอง ตอนแรกก็ซื้อมาไม่กี่คู่ ซื้อมาน้อย คลอกแรกเลี้ยงปลาหางนกยูง ปลาสอด แล้วก็มาลงที่ปลาหางนกยูง มีประมาณ 100 คู่ ตอนแรกก็ลงทุนไปแค่หลักพัน ไม่ถึงหลักหมื่นเพราะเราไม่ได้ลงตูมหรือลงพรึบเราค่อย ๆ ลงที่ละนิดขยายเพิ่มจากแรก ๆ เพียง 20 บ่อ ปัจจุบันก็มากถึง 100 บ่อ "

ในการลงปลาครั้งแรกของคุณศุภชาติ บอกว่าลงปลาหางนกยูงเกือบทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นโกลด์เด้นท์ ชิลี ค็อบร้า การนำปลาหลากชนิดมาลงเพราะก็เนื่องมาจากว่าเขาเองไม่แน่ใจว่าปลาหางนกยูงสายพันธุ์ใดจะทำเงินให้ตนและตลาดต้องการมาก เขาเลยเพาะปลาหางนกยูงทุกสายพันธุ์เพื่อทำให้สามารถขายปลาได้จำนวนมากขึ้นหรือสามารถส่งไปขายที่ตลาดว่าต้องการสายพันธุ์ใดบ้าง

"คือเราทำปลาระดับกลางไม่ใช่ไปชนกับราชบุรีหรือนครปฐม ปลาของผมคือเข้ากทม. ปั๊บ ตัวผมไปทำชนกันเนี่ยผมจะไปสู้ปลาเขายากเพราะฟาร์มใหญ่เราทำปลาระดับกลาง กรุงเทพฯ แทบไม่มีปลาระดับนี้ถ้าผมส่งไปคือ ผมส่งปลาฟอร์มใหญ่เข้าไปอย่างก็ขายหมด  ฝ่ายส่งออกก็รับสบาย ๆ ราคานี้แล้วก็ผิดพลาดมาอย่างไรเข้ากทม.นี้หมด ปลาอาจจะไม่ถูกใจระดับล่างสักเท่าไหร่เพราะตลาดล่างใช้ปลาลาย ๆ พวดค็อบร้า ตอนนี้ผมทำแพททินั่มไม่ว่าจะเป็นเร็ดแพททินั่ม, แพททินั่ม ฟูโกลด์ แล้วก็มีพวกแพททินั่มตาแดง" คุณศุภชาติกล่าว

เหตุผลที่ทำให้ชายท่านนี้ได้นิยมเพาะสายพันธุ์แพทนินั่ม ก็เนื่องมาจากการพัฒนาสายพันธุ์ไปแนวทางเดียวกันได้ง่าย และการเพาะปลาก็ต้องใช้แม่ปลาเยอะเป็น 1,000 ตัว หากเปลี่ยนแนวไม่ใช่สายพันธุ์เดียวกันแล้วต้องใช้ระยะเป็นปีถึงจะได้แม่ปลาฝูงใหญ่ นอกจากนี้ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานกยูงทั่วไปทำการเพาะสายพันธุ์ไหนเป็นหลักก็จะยึดสไตล์นั้นตลอด และบางฟาร์มหากทำแพททินั่มอยู่ การเพาะปลาเป็นฝูงใหญ่ได้เร็วกว่ามากกว่าทำสายพันธุ์อื่น

ในส่วนของวิธีการเพาะขยายพันธุ์ปลาหางนกยูงคุณศุภชาติ กล่าวถึง ขั้นตอนการเพาะว่าขั้นตอนแรกคือการดูสภาพน้ำก่อนที่จะนำลงในอ่างที่ตนเตรียมไว้ อ่างที่เตรียมไว้สำหรับเพาะพันธุ์นั้นตนจะทำความสะอาดเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นขัดด้วยแปลงลวด และแปลงขัดอ่างทั่วไป จากนั้นจึงนำน้ำมาใส่ในอ่างประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร ถ้าปรืมาณน้ำเกินกว่านี้แล้วก็เป็นการสิ้นเปลืองเปล่า ๆ

โดยน้ำที่จะนำมาเพาะขยายพันธุ์นั้นเขาจะดูดน้ำจากน้ำบาดาลมาพักไว้ในอ่างก่อน เพื่อทำให้ค่า pH ที่อยู่ในน้ำนั้นมีความเหมาะสมกับปลาที่นำมาเลี้ยงจากนั้นจึงนำมาใส่อ่างที่เตรียมไว้ประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร

ขั้นตอนต่อไปคุณศุภชาติ ก็จะนำพ่อแม่พันธุ์ปลาที่ตนได้คัดเลือกแล้วนำมาใส่อ่างน้ำ ซึ่งปลาที่เขาได้คัดเลือกมาทำพ่อแม่พันธุ์ โดยปลาตัวผู้จะต้องมีความเข็งแรง ตัวใหญ่และมีสีสันตรงกับสายพันธุ์ที่ตนเองอยากจะให้เป็นส่วนตัวเมียจะดูที่ความสมบูรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นสายพันธุ์ของปลาสายพันธุ์นั้นจริง ๆ

"ผมจะเน้นตัวผู้เป็นหลักเราก็ดูว่าสายพันธุ์แต่ให้สมบูรณ์หมายถึงว่าปลาหางพื้นก็คือหางพื้นไม่มีลาย ตัวเมียเราก็ดูของสายพันธุ์แต่ให้สมบูรณ์สมมติปลาหางพื้นตัวเมียก็ควรจะหางพื้นไม่มีลายอะไรอย่างนี้ ก็เป็นอย่างนั้น ส่วนจะเข้มไม่เข้มอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ปล่อยไปเลยเพราะทำปลาฝูงใหญ่เลือกมากไม่ได้เอาสมบูรณ์ไว้ก่อน ขนาดของปลาพ่อแม่พันธุ์ประมาณอายุ 2 เดือนหรือขนาด 1 นิ้วครึ่งก็ทำได้แล้ว" คุณศุภชาติกล่าว

หลักจากนั้นก็จะเอาพ่อแม่พันธุ์ปลาลงในกระชังที่อยู่ในอ่าง การที่เขาใช้กระชังสำหรับให้พ่อแม่พันธุ์ปลาเพาะพันธุ์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้พ่อแม่ปลากินลูกของตนเองโดยให้ลูกปลานั้นสามารถเล็ดลอดออกไปอยู่นอกกระชังพ่อแม่พันธุ์ได้

สำหรับปริมาณพ่อแม่พันธุ์ที่ใส่ลงในกระชังมีจำนวน 200 - 300 ตัว ต่อกระชังในจำนวนนี้มีทั้งพ่อแม่พันธุ์ปลาอัตราที่ปล่อยคือ พ่อพันธุ์ 1 ตัวต่อแม่พันธุ์ 3 - 5 ตัว ต่อจากนั้นก็เริ่มให้อาหารพ่อแม่พันธุ์ตามปกติ

การให้อาหารจะให้วันละ 2 มื้อ เวลาเช้าและเย็น อาหารที่ให้นั้นจะเป็นอาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงปลาดุก เหตุผลที่ทำให้ชายหนุ่มท่านนี้ได้ใช้อาหารสำเร็จรูปดังกล่าว เนื่องมาจากต้นทุนที่ต่ำกว่าการใช้อาหารชนิดอื่น ต้นทุนที่ใช้ไม่ควรจะสูงกว่าโลละ 40 - 50 บาท หากอาหารมีราคาแพงกว่านี้โอกาสที่จะขาดทุนก็มีความเป็นไปได้สูง นอกจากนี้อาหารที่มีราคาแพงใช่ว่าจะทำให้ปลามีสีสวยตามต้องการ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาช่วยทำให้ปลาหางนกยูงมีสีสันสวยงาม เหตุผลอีกประการหนึ่ง อาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงปลาดุกก็มีคุณภาพใกล้เคียงกันกับอาหารที่ประเภทอื่นที่นำมาเลี้ยงปลาหางนกยูง

"ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่อาหารอย่างเดียวขึ้นอยู่กับอย่างอื่นด้วยอาหารมีส่วนแค่ 50 % ที่จะทำให้ปลาสวยไม่สวยขึ้นอยู่กับอย่างอื่นอีกเยอะ อาหารปลาดุกที่ใช้พอซื้อมาก็ให้ปลากินเลยไม่ได้ผสมหรือเสริมอย่างอื่นเข้าไปด้วย บางทีใส่วิตามินผมลองมาหลายวิตามินแล้วใส่ไปก็เหมือนเดิม คืออาจดีขึ้นผมคิดว่าน่าจะดีขึ้นยังไม่ชัดเจนว่ามันดีขึ้นอย่างชัดเจน ผมก็ไม่ใส่คือมองด้วยสายตาไม่ออกถ้ามองออกก็โอเค เราดูด้วยสายตาเป็นหลัก" คุณศุภชาติกล่าว

เมื่อนำพ่อแม่พันธุ์ปลาใส่ในกระชังและให้อาหารแล้วแม่พันธุ์ที่อยู่ในกระชังก็จะเริ่มออกลูกเป็นตัว การออกลูกเป็นตัวนั้นแม่พันธุ์จะออกลูกที่ละตัวไม่ออกลูกพร้อมกันหมดทุกตัว เนื่องมาจากปลาแต่ละตัวจะท้องไม่พร้อมกันนั่นเอง หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์เขาก็จะย้ายพ่อแม่พันธุ์ทั้งหมดออกจากอ่างที่เพาะขยายพันธุ์ออกไปไว้ในที่อื่นต่อไป

"ลูกปลาที่ออกชุดแรกมันอยู่ที่ตัวเมียจะออกเมือไหร่ถ้าแบบว่าตัวเมียไม่เคยผสมเลยซึ่งเป็นไปได้ยากเกือบ ๆ เดือนนะหลังที่เชื้อเข้าตัวเมีย ตัวเมียถึงจะท้องตามมาตรฐาน แต่ที่นี้ตอนที่เราลงแม่ปลานะมันจะผสมมาแล้วมันก็ท้องมาเรื่อย ๆ ท้องมาหลุดไป บางทีลงกระชังวันแรกก็ได้ลูกแล้วก็มี เพราะมันพร้อมอยู่แล้วเฉลี่ยก็ 1 เดือน แต่มันอยู่ประมาณ 3 อาทิตย์หลังเชื้อเข้านะคือปลาไม่เคยโดยผสมเลย พอปลาเข้า 3 อาทิตย์ก็เป็นตัวแล้ว"

พอเอาพ่อแม่ออกไปไว้ที่อื่นแล้ว เขาก็จะอนุบาลลูกปลาหางนกยูงที่อยู่ในอ่างต่อ ในช่วงนี้เขาจะไม่มีการให้อาหาร เนื่องจากว่ามีอาหารที่ให้พ่อแม่พันธุ์ปลาหลงเหลืออยู่ในอ่าง หากไปให้ลูกปลากินอีกก็จะเกิดการเน่าเสียในอ่างได้ อาหารที่ให้หลังจากลูกปลากินเศษอาหารของพ่อแม่พันธุ์ปลาหมดแล้ว เขาก็จะให้อาหารปลาดุกเหมือนเดิม โดยให้วันละ 3 มื้อ คือ มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมือเย็น การกินจากอาหารปลาดุกนั้นเม็ดใหญ่พอใส่ลงไปในอ่างน้ำก็จะนิ่มลูกปลาตอดกินที่ละนิดก็จะหมดไปเอง

สำหรับโรคของปลาหางนกยูงที่อนุบาลและเพาะเลี้ยงในฟาร์มนั้น คุณศุภชาติบอกว่า ส่วนมากแล้วจะเป็นโรคพยาธิภายนอกมากกว่าโรคอื่น สาเหตุมาจากปลาอ่อนแอ สภาพน้ำเปลี่ยน สภาพน้ำไม่ดีปลาอ่อนแอเชื้อก็จะเข้ามากับตัวปลา

การป้องกันโรคที่เขาจะดูสภาพน้ำเป็นหลักเพราะหากสภาพน้ำดี สภาพแวดล้อมดีปลาก็จะแข็งแรงภูมิต้านทานดี เชื้อโรคต่างๆ ก็เข้าไม่ได้

" ปัญหาเรื่องโรคเราไม่สามารถแก้ไขได้หลัก ๆ ที่จะแก้ปัญหาได้ก็ต้องศึกษาเองโรคมันมาตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันมาจากอะไร แต่ตอนนี้พอสรุปได้ว่ามันมาจากอย่างแรกก็มากจากแหล่งอื่นเพราะว่าผมเอาปลาเข้ามาที่นี่เยอะ ซื้อมาจากหลายแหล่งเพราะเราไม่มีปลาของเราเอง เราอยากทำปลาอะไรก็ซื้อเข้ามาปลาก็แพร่เชื้อมาที่นร่ มีแทบทุกโรคแล้วก็มีการมองโรคยังไม่ออกรักษาช้าไป ทำให้รักษาไม่ได้ผลเพราะปลาหางนกยูงต้องรักษาเร็ววันสองวันแรกต้องรักษาให้ได้ไม่งั้นช้าไป ปัญหาเรื่องโรคถ้าเอาปลาอื่นเข้ามาผมก็จะกักปลาประมาณ 1 อาทิตย์ ดูอาการแล้วก็ใส่ยาเพื่อไม่ให้ดูว่ามันมีเชื้อใหม่ถ้าปลาเก่าก็ดูแลสภาพน้ำให้ดีมันก็จะไม่เป็นส่วนมากมาจากสภาพน้ำที่ไม่ดีก่อน" คุณศุภชาติกล่าว

หลังจากที่อนุบาลและเลี้ยงจนถึงระยะเวลา 2 - 4 เดือน ก็ถึงเวลาจำหน่ายลูกปลาหางนกยูงโดยปลาอายุ 2 เดือน จะมีขนาด 2 นิ้วครึ่งขึ้นไปจนถึง 3 เดือน ขนาดก็ใกล้เคียงกันแต่อายุ 4 เดือนขนาดจะใหญ่กว่า 1 นิ้วครึ่งขึ้นไป ขนาดปลาที่เลี้ยงคุณศุภชาติ บอกว่าขึ้นอยู่กับฟอร์มและสายพันธุ์ของปลาหางนกยูงเป็นหลัก

การจำหน่ายลูกปลาหางนกยูงจะขึ้นอยู่กับไซซ์หรือขนาดของปลาหางนกยูงลูกค้าบางรายก็ต้องการขนาดไซซ์เล็กอายุ 2 เดือน ลูกค้าบางคนต้องการลูกปลาหางนกยูงอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยราคาลูกปลาแตละไซซ์ แต่ละสายพันธุ์ก็มีราคาที่แตกต่างกัน อย่างเช่นปลาหางนกยูงสายพันธุ์แพททินั่ม อายุ 2 - 4 เดือน ไซซ์ 1 นิ้วครึ่ง ราคาตัวละ 15 บาท หากใหญ่กว่านี้ราคาตัวละ 20 - 25 บาท อยู่ที่ความสวยของสีสันของตัวปลาหางนกยูงด้วย ซึ่งสายพันธุ์ปลาหางนกยูงที่จัดได้ว่ามีราคาสูง สายพันธุ์ที่ว่านั้นคือ แพททินั่มตาแดง ขนาด 1 นิ้วครึ่ง ราคาคู่ละ 300 บาท

"ปลาหางนกยูงสายพันธุ์แพททินั่มที่แพงก็เนื่องมาจากเขาพัฒนามาจากตัวเก่ามาเป็นตัวใหญ่ อะไรอย่างนี้ถ้าคนเคยเล่นเขาจะรู้ว่าตัวนี้มาจากไหน เหมือนเป็นขั้นบันได เขาพัฒนาอีกชั้นแล้วก็เหมือนเป็นรุ่นใหม่ราคาก็ต้องดีพัฒนามาจากตาดำเมื่อก่อนเขามีตาแดงหางพื้นไม่มีลายเดี๋ยวนี้เขามีลายขึ้นมาแล้ว ก็แพงขึ้นกว่าก่อนมีหางลายไม่มีแพททินั่มเดี๊ยวนี้หางลายด้วยแพททินั่มด้วย แต่ตอนนี้กรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีผมจะทำปลาไม่ค่อยตามไม่ค่อยมีปลาสั่งมาเท่าไหร่ ผมจะค่อยๆ ทำของผมไปเองแล้วทีนี้ปลานำเข้าตลาดขึ้นลงเร็วราคาขึ้นลงเร็วมากตามไม่ทัน ต้องไปซื้อในราคาแพงแล้วต้องรีบขาย แล้วผมก็ไม่ชอบการทำแบบนั้นคือเราซื้อพ่อแม่พันธุ์มาปล่อยไว้ในบ่อแล้วก็จับลูกขายมันไม่ได้พัฒนาอะไรเราเลย การพัฒนาสายพันธุ์คือเอาลูกมาทำหรือเอาปลาสายพันธุ์อื่นเช้ามาเสริมผสมเข้ามสายพันธุ์แต่ต้องเป็นปลาในทำนองเดียวกันมันจะง่ายในการทำแล้วไม่เปลืองแม่ปลาเท่าไหร่"

ในการผลิตลูกปลาจำหน่ายนั้นคุณศุภชาติ ให้เหตุผลในการทำว่าจะเน้นที่ปริมาณปลาเป็นหลัก และต้องใช้จำนวนปลาค่อนข้างมาก ก่อนที่ตนเองจะมาเพาะขยายพันธุ์ตนจะมีการศึกษาตลาดก่อนโดยเข้าไปพูดคุยกับพ่อค้าที่ส่งให้เป็นประจำว่ามีความต้องการปลาหางนกยูงสายพันธุ์ใดบ้าง พอทราบว่าพ่อค้าหรือลูกค้าที่ตนส่งปลาให้นั้นมีความต้องการปลาพันธุ์ใดแล้ว ตนเองก็จะมาเพาะขยายพันธุ์ปลาหางนกยูงให้มีความสัมพันธุ์กับความต้องการของตลาด

การจำหน่ายลูกปลาหางนกยูงในช่วงแรก ๆ นั้นคุณศุภชาติ พบกับปัญหาการตั้งราคาปลา คือการที่ตนเองยังใหม่ในวงการพอนำปลาไปขายให้พ่อค้าพ่อค้าก็จะให้ราคาที่ต่ำและกดราคา ดังนั้นก่อนที่จำหน่ายปลาหางนกยูงตนเองจะต้องสามารถกำหนดราได้เอง ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อนำลูกปลาไปขายในตลาดก็จะถูกกดราคาบางครั้งเอาไปขายที่ตลาดซันเดย์ขายลูกปลาไปได้ราคาไม่ถึง 1 บาทต่อตัวเลยก็เคยมี

 "ตอนนี้หลัก ๆ จะส่งให้พวกกันนะเขาเป็นผู้ส่งออกแล้วก็ขายในตลาดซันเดย์ด้วย ส่งให้เขาแล้วผมก็จะมีร้านอีก 2 ร้าน ที่นี่ร้านปลาแล้วก็ตลาดนัดอีกที่หนึ่ง แล้วลูกค้าที่เข้ามาซื้อขาจรผมจะดักไว้ทุกตลาดเลยควบคุมหมดพยายามนะเพราะปลาบางทีปลาส่งออกต้องการปลาคุณภาพดี ที่ไม่ดีเขาไม่เอาเราต้องหาที่ระบายอีก อันไหนที่จะส่งลักษณะนี้บ้าง แล้วผมก็จะขยายลูกฟาร์มให้เลี้ยงค่อนข้างมากคล้าย ๆ ว่าซื้อสายพันธุ์ไปแล้วผมซื้อกลับอันนี้ทำอยู่เพราะบ่อแค่นนี้ในฟาร์มของผมจับแค่อาทิตย์เดียวก็หมดแล้ว" คุณศุภชาติกล่าว

นอกจากนี้คุณศุภชาติ ยังได้กล่าวถึงสภาวะการตลาดในปัจจุบันว่ากระแสความต้องการของตลาดมีความไม่แน่นอนขึ้นลง และการประมงเองก็ดีที่มีนโยบาบส่งเสริมสนับสนุนให้ความหวังกับเกษตรกร ก็ดีในด้านการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงแต่ไปหยุดตรงที่ตลาด กระแสการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงกำลังไปได้ดี แต่ก็ไปติดที่ปัญหาเรื่องการตลาด ดังนั้นตนเองจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ควรจะได้เข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาเรื่องการตลาดให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

"ตลาดในอนาคตผมว่าไปได้เรื่อย ๆ นะอย่างไรก็ไม่เห็นทางว่าจะตันตรงไหนแต่ปลาต้องมีคุณภาพถ้าปลาไม่มีคุณภาพเนี่ยไปที่ไหนก็ไปไม่รอดคล้าย ๆ กับว่าตัวต่อรองเยอะแล้วก็อาจจะเรื่องคุณภาพเรื่องรูปทรงกับคุณภาพเรื่องโรคความแข็งแรงถ้าปลาสวยแข็งแรง ซื้อไปแล้วไม่ตายเดี๋ยวเขาก็มาสั่งเราอีกแต่ถ้าปลาเป็นโรค ปลาไม่ดี 2 - 3 แล้วราคาพอประมาณก็จะไปได้เรื่อย ๆ เพราะพวกนี้ไม่เหมือนคนเลี้ยงกุ้ง คือ เงินก้อนไม่ใหญ่ แต่ไปเรื่อย ๆ การลงทุนเขาก็ไม่ใหญ่ก้อนเล็ก ๆ คือสร้างบ่อเสร็จมีสายพันธุ์ ซื้ออาหารมียาหน่อยก็จบแล้ววันหนึ่งไม่ต้องพกเงินสดเลย" คุณศุภชาติกล่าวทิ้งทาง

ตอนท้ายคุณศุภชาติ กล่าวถึงผู้ที่คิดจะเข้ามาสู่วงการปลาหางนกยูงควรจะมีการศึกษาเรื่องตลาดไปด้วยเพราะเป็นตัวชี้ว่าปลาตัวไหนจะปิดหรือเปิดได้ แล้วก็ต้องซื่อตรงกับลูกค้าอย่างขายแบบหลอกครั้ง 2 ครั้งก็เลิกขายอนาคตก็จะสามารถอยู่ได้ในวงการเพราะหากทำเสียชื่อเสียงแล้ว คนในวงการก็จะรู้กันทั้งหมดว่าคนไหนเป็นคนซื่อตรงหรือคดโกง

ท่านใดต้องการปลาหางนกยูงสายพันธุ์แพททินั่มสามารถติดต่อได้ตามที่อยู่เบอร์โทรข้างต้น คุณศุภชาติและทีมงานยินดีต้อนรับ ตลอดจนให้คำแนะนำวิธีการเพาะเลี้งปลาหางนกยูงอย่างถูกวิธี.....

 

     
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
สายพันธุ์ Snake Skin งานประมงน้อมเกล้าครั้งที่ 15 สายพันธุ์ Tuxedo งานประมงน้อมเกล้าครั้งที่ 15 สายพันธุ์ Platinum งานประมงน้อมเกล้าครั้งที่ 15

 เอกสารอ้างอิง

ปลาหางนกยูง
ดอกลำดวนและแบ็คแมน / เรียบเรียง
พิมพ์ครั้งที่ 1 ตุลาคม 2544

There are no products to list in this category.